Cowboy Bebop ถือว่าเป็น หนัง-ซีรีส์ ในรูปแบบ Live-Action ที่ปรับเปลี่ยนจากอนิเมะขึ้นหิ้งในตำนานปลายสมัย 90s ยำรวมระหว่าง หนังคาวบอย กังฟูสไตล์บรู๊ซลี ยานอวกาศ เพลงแจ๊ส ดูบันเทิงใจแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย มีบรรยายไทย แต่ว่าแคสติ้งรวมทั้งฉากแอ็กชั่นบางสิ่งดูขัดตาไปหน่อย

 

Cowboy Bebop Netflix รีวิว ซีรีส์ ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขจากอนิเมะขึ้นหิ้งในตำนานในปลายสมัย 90s เป็นการยำรวมระหว่าง หนังคาวบอย กังฟูสไตล์บรู๊ซลี ยานอวกาศ เพลงแจ้ส คอบรา ประสมประสานบรรยากาศของหนังให้อารมณ์ทำภารกิจเป็นตอนๆบวกการไล่ล่าแบบหนังตำรวจและก็หนังมาเฟียเข้าด้วยกัน 

พร้อมทั้งเพลงแจ๊สคลอประกอบไปตลอดเรื่อง ซีรีส์มีทั้งสิ้น 10 ตอนจบ รับดูได้เลยใน Netflix มีพากย์ไทย และบรรยายได้ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทสำหรับพูดยียวนกวนโอ๊ยรับส่งกันระหว่างนักแสดงในเรื่อง

 

เรื่องย่อ

เรื่องราวของเหล่า “คาวบอยอวกาศ” หรือ นักล่าค่าหัวในโลกสมัยอนาคตที่การเดินทางระหว่างดวงดาวเริ่มเปลี่ยนเป็นเรื่องธรรมดา แม้กระนั้นสังคมก็ยังเต็มไปด้วยอาชญากรรมจำนวนมากที่หน่วยงานแล้วก็ตำรวจไม่สามารถที่จะปราบได้ ก็เลยทำให้มีอาชีพนักล่าค่าหัวเพื่อตามจับเหล่าผู้ร้ายระหว่างดวงดาวเกิดขึ้น ซึ่งสมาชิกของยาน “Bebop” ที่มี สไปค์ สปีเกล รวมทั้ง เจ็ต กางล็ก ในฐานะคาวบอยอวกาศมีชื่อเสียงก็จำต้องรับภารกิจล่าค่าหัวตามจับเหล่าผู้ร้าย ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้พบกับ เฟย์ วาเลนไทน์ หญิงนักล่าค่าหัวปัญหาที่เข้ามาร่วมกลุ่ม และก็ตามด้วย เอ็ด แฮกเกอร์หญิงอัจฉริยะ ซึ่งการรวมตัวกันของพวกเขาจะก่อให้กลุ่มคาวบอยบีบ็อบออกป่วนปั่นไปทั่วระบบสุริยะ

เรื่องราวอีกด้านหนึ่งยังจุดโฟกัสไปที่สมัยก่อนของสไปค์ที่ยังคงตามมาหลอกเขาเป็นระยะ ในฐานะสมัยก่อนมือสังหารแถวหน้าของหน่วยงานอาชญากรรม “เรดดรากอน” รวมทั้งเขายังจำต้องประจันหน้ากับสมัยก่อนเพื่อนเก่าอย่าง วิเชียส ที่แปลงเป็นศัตรูสำคัญ แล้วก็ จูเลีย หญิงคู่รักเก่าของสไปค์

หลังจากรับชม

ซีรีส์เป็นแนว Live-Action ที่ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขจากผลงานอนิเมะระดับตำนานในชื่อเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้มีชื่อเสียงมากมายในปลายยุค 90s ซึ่งในยุคนั้นอนิเมะได้ผลสำเร็จหน้าที่ผลิตขึ้นมาจากสตูดิโอดังอย่าง Sunrise ส่วนปัจจัยที่ทำให้ประเด็นนี้บรรลุเป้าหมายและก็ดังมากมายในยุคนั้น เนื่องด้วยเป็นการถือเอาส่วนประกอบหลายชนิดที่ชาวต่างประเทศติดอกติดใจมาผสมยำรวมกันแล้วดันออกมาลงตัวมาก

ที่สำคัญเป็นประเด็นนี้มีความมากมายสูงมากแง่เชื้อชาติรวมทั้งรูปลักษณ์ตัวละคร ที่มีหลายเชื้อชาติ บุคลิกลักษณะที่แตกต่างเต็มที่ แล้วเอามารวมกลุ่มร่วมกัน ซึ่งทุกตัวเป็นตัวละครที่มีหน้าที่เด่นในเรื่องแล้วก็ผู้คนพอใจได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นตัวเอกอย่าง สไปค์ สปีเกล ซึ่งเป็นคนประเทศญี่ปุ่นที่ถนัดวิชากังฟู ถูกใจฟังเพลงแจ้ส แต่งตัวในสไตล์ตะวันตกสมัย 60-70 พร้อมความประพฤติปฏิบัติที่แสดงออกในฐานะคาวบอย คู่ขาคนสนิทสนมอย่าง เจ็ท กางล็ก กัปตันยานที่เป็นคนดำร่างใหญ่ผู้พึ่งพาอาศัยได้ เฟย์ วาเลนไทน์ ผู้แสดงนำหญิงเชื้อชาติจีนของเรื่องที่เป็นอดีตลูกหนูน้อยสู่การเป็นนักล่าค่าหัว แล้วก็ เอ็ด เด็กหญิงแฮกเกอร์อัจฉริยะที่เป็นกำพร้า

การแคสติ้งนักแสดงหลักอยู่จุดหนึ่งที่ไม่เคยทราบว่าจะมีปัญหาหรือไม่ก็เป็นการเลือก จอห์น โช ดาราประเทศเกาหลีที่ส่งผลงานในฮอลลีวูดหลายเรื่อง โดยยิ่งไปกว่านั้นบทของ ซูลู ต้นหนในเรื่อง สตาร์เทรค ฉบับรีบูท ซึ่งเขาได้มารับบทบาทเป็นสไปค์ ดารานำชายของเรื่อง ซึ่งการเอาดาราหนังประเทศเกาหลีมารับบทผู้แสดงนำชายอนิเมะที่ออกจะเป็นที่นิยมสูงในประเทศญี่ปุ่นมานับทศวรรษ บางทีอาจจะดูแล้วขัดหูขัดตาพอควร หากว่าตัวของดาราหนังจะทำเป็นดีในด้านการแสดงก็ตาม แต่ว่าก็คงจะมีตัวเลือกอื่นๆจากผู้แสดงคนญี่ปุ่นมากยิ่งกว่า

ส่วนหนึ่งส่วนใดที่เปลี่ยนแปลงไปมากมายเลยก็คือการแปลความหมายคาแรคเตอร์ตัวร้ายที่เป็นคู่อริหลักของผู้แสดงนำชายในประเด็นนี้อย่าง วิเชียส ที่ดาราหนังบทนี้ใบหน้าไม่ค่อยกับคาแรคเตอร์เท่าไร แล้วมองการแสดงก็ออกไปทางตั้งใจทำเค้าหน้าเล่นใหญ่มากเกินความจำเป็นหน่อย รวมทั้งคาแรคเตอร์ จูเลีย คู่รักเก่าของสไปค์ที่ดูมีความเลวแอบแฝงอยู่มากยิ่งกว่าในอนิเมะ

ดังนี้แม้ว่าจะเป็นซีรีส์ที่มิได้เพอร์เฟ็ค มีจุดตำหนิ จุดขัดหูขัดตาอยู่เยอะแยะ แม้กระนั้นในรูปภาพรวมแล้วจะต้องสารภาพว่าเป็นเลิศในซีรีส์ที่สร้างแบบ Live Action ที่ดีและก็มองเพลิดเพลินมากเรื่องหนึ่ง แล้วกลุ่มสร้างยังค่อนข้างจะทำการบ้านจากฉบับอนิเมะมาได้ดิบได้ดีพอควร มีการเก็บฉากแอ็กชั่นอะไรบางอย่างที่แทบถอดจากอนิเมะมาเลยก็ว่าได้ โชคร้ายที่มิได้ไปต่อในซีซันสองทั้งๆที่ปูทางไว้แล้ว