Finch ทำออกมาสนุกสนานในระดับกึ่งกลางๆ แต่ว่าก็น่าประทับใจ สำหรับเซตติ้งไซไฟโลกอนาคตที่ล่มสลาย เน้นย้ำที่การเดินทางด้วยกันสั้นๆของ มนุษย์ หุ่นยนต์ แล้วก็หมา ที่เอามาเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจในแบบฉบับที่ไม่ได้คาดคิด หรือ คาดเดามาก่อนเลย

สำหรับ Finch ถือได้ว่าเป็น หนังไซไฟ โลกอนาคตที่ล่มสลาย ได้ดาราหนังระดับซุปเปอร์สตาร์รุ่นใหญ่รางวัลออสการ์อย่าง ทอม แฮงค์ มารับบทนำแสดง ในเรื่องราวการเดินทางของ มนุษย์ หุ่นยนต์ และก็หมา หนังมีความยาว 1 ชั่วโมง 55 นาที รับดูได้เลยใน Apple TV+

เรื่องย่อ

เรื่องราวในโลกอนาคตที่ล่มสลาย เพราะว่าชั้นโอโซนถูกทำลาย ทำให้รังสียูวีส่องทะลุเข้ามาเต็มกำลัง แล้วมีผลต่อชีวิตคนเรา สัตว์ พืช ทั้งสิ้น รวมทั้งภาวะภูเขาไม่อาการปรวนแปรด้วย โดยเรื่องจะเล่ามุมมองของ ฟินซ์ ที่แสดงนำโดย ทอม แฮงค์ ที่ดำรงชีวิตอยู่กับหมาฉลาดหลักแหลม กู้ดเยียร์ ได้ออกไปศึกษาและทำการค้นพบซากหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ตัวหนึ่งก็เลยนำกลับมาซ่อมบำรุง เมื่อมันตื่นมาก็เลยได้ทำความเข้าใจสิ่งต่างๆแล้วก็ใช้ชื่อว่า “เจฟฟ์” ต่อจากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นคู่ซี้ร่วมทางไปกับ ฟินซ์และก็กู้ดเยียร์ เพื่อเริ่มเดินทางไปในโลกที่ล่มสลาย โดยมีเป้าหมายเป็น สะพานโกลเดนเกต ซึ่งก็ไม่ร่าว่าจะยังหลงเหลือภาวะเดิมไหม

แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วการเดินทางคราวนี้ เป็นการนับถอยหลังในชีวิตของฟินซ์ เนื่องจากว่าเขารู้สึกตัวว่าใกล้จะตายจากลักษณะของการป่วยเพราะเหตุว่าลักษณะอากาศที่ทราม โดยเหตุนี้ก็เลยจำเป็นต้องปลุกหุ่นยนต์เจฟฟ์ขึ้นมาแล้วก็ใช้ในตอนที่เหลือสั้นๆเพื่อถ่ายทอดบทเรียนให้กับมันได้ศึกษาแล้วหวังให้มันเข้ากันได้กับ กู้ดเยียร์ หมาหลักแหลมของเขา เพื่อมันได้อยู่เป็นเพื่อนรอดูแลหมาของเขาถัดไปภายหลังเขาตายไปแล้วนั่นเอง นี่ก็เลยเป็นการเดินทางในเวลาไม่กี่วันระหว่าง มนุษย์ หุ่นยนต์ และก็หมา ที่จำเป็นต้องศึกษาซึ่งกันและกันในโลกอนาคตที่ล่มสลายไปแล้ว

หลังจากรับชม

สำหรับ หนังเรื่องนี้จะอยู่ในกลุ่มหนังระดับกลางๆของ ทอม แฮงค์ เป็นแม้ว่าจะไม่ได้บันเทิงใจมากมายนัก แต่ว่าก็ไม่ได้ห่วยแตก มีความน่าประทับใจในระดับหนึ่ง แถมยังมีความเก่งกล้าทดลองทำอะไรแปลกๆมากขึ้นมาอีก โดยยิ่งไปกว่านั้นโปรดักชั่นในส่วนของตัวหุ่นยนต์เจฟฟ์ ที่เสนออกมาได้ดิบได้ดีมากมาย มองมั่นใจว่าเป็นหุ่นยนต์จริงๆจำพวกที่ว่าในอนาคตอีกไม่กี่ปี พวกเราอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีหุ่นยนต์สมองเอไอที่สามารถทำเป็นในระดับนี้เลยก็เป็นไปได้

ส่วนเสียงบรรยายของเจ้าหุ่นยนต์ เจฟฟ์ ได้ดาราหนังชายหนุ่ม คาเล็ป แลนดรี้ โจนส์ มาให้เสียงบรรยาย ซึ่งก็ทำออกมาเจริญ มีเอกลักษณ์อย่างยิ่งสำหรับเพื่อการพรีเซ็นท์ความกวนๆแล้วก็สอดรู้สอดเห็นของเจ้าหุ่นเจฟฟ์ที่พึ่งจะเกิดมาภายหลังจากฟินซ์ได้นำกลับมาซ่อมบำรุง และจำเป็นต้องเริ่มการเล่าเรียนทุกๆสิ่งทุกๆอย่างใหม่เปรียบเสมือนทารก

สำหรับฟีลลิ่งภาพรวมของหนัง คงจะจะต้องสารภาพว่าเสมือนพวกเรากำลังดู Cast Away ในเวอร์ชั่นโลกล่มสลายในอนาคต แล้วถึงแม้ว่าหนังจะกล่าวถึงโลกที่ล่มสลายไปแล้ว รวมทั้งภาพรวมของสังคมมนุษย์ที่ราวกับนับถอยหลังการจบแน่ๆ แต่ว่าการนำเสนอภาพรวมของหนังก็มิได้เน้นย้ำไปที่ความกลัดกลุ้มหรือดราม่าฟูมฟายเลย แต่ว่าหนังเพียรพยายามพรีเซ็นท์มุมมองในทางบวก อารมณ์ราวกับพวกเรากำลังดูหนังดิสนีย์ พิกซาร์ เลยเช่นกัน อีกทั้งมีการแทรกสอดมุกขำขันเข้ามาในเหตุการณ์หมดหวัง เรียกว่าหนังพากเพียรมองโลกในแง่ดีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำเป็น ถึงแม้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่องและก็กับนักแสดงจะเต็มไปด้วยความทารุณไร้มนุษยธรรมก็ตาม ผู้แสดงนำก็กล่าวกับหุ่นยนเจฟฟ์ไว้แบบเดียวกันว่า สิ่งที่น่าสยองไม่ใช่แค่รังสียูวี แต่ว่ายังรวมทั้งมนุษย์ด้วย แล้วก็การที่โลกล่มสลาย มันก็เป็นความไม่ถูกของผู้คนทั้งหมด