My Name ถือได้ว่าเป็นหนังเกาหลี ที่เป็นงานที่ยกฐานะแนวทางใหม่ของซีรีส์ประเทศเกาหลีไปสู่สากลทั่วทั้งโลกได้อย่างน่ากล่าวสรรเสริญ อีกทั้งสไตล์ฟิล์มถ่ายรูปนัวร์ที่วางบทได้เข้มข้นดาร์คเหิมใจ คิวบู๊แอ็กชั่นที่อัดมากมายระหน่ำตลอดเรื่องพร้อมบทรองรับแบบมีเหตุมีผล 

ตัวศิลปินสาว ฮัน โซ ฮี ที่เป็นจุดขายหลักก็ผ่านเลยกับบทบู๊ต่างๆในเรื่อง จะมีติบางส่วนเพียงแค่หุ่นที่ยังมิได้ฟิตกล้ามของคุณเพียงแค่นั้น ยิ่งกว่านั้นตัวฉากในเรื่องยังร้ายแรงโหดเหี้ยมดิบทะลุเรตความร้ายแรงกันสุดๆพร้อมแอบขายฉากเซ็กส์ซีนโชว์เนื้อหนังมากยิ่งกว่าซีรีส์ประเทศเกาหลีปกติให้ได้ดูอีกด้วย

My Name ซีรีส์ประเทศเกาหลี ในแนวแอ็กชั่นอาชญากรรม สไตล์ฟิล์มถ่ายรูปนัวร์ของ Netflix 8 ตอนจบ เรื่องราวของหญิงสาวผู้มีไฟโกรธแค้นหวังจะตามล่าคนร้ายที่ฆ่าบิดา จนถึงยอมไว้ใจเจ้าพ่ออิทธิพลมืดซ่อนตัวเข้าขึ้นตรงต่อกรมตำรวจ แปลงเป็นสายสองหน้าที่จำเป็นต้องพบเจอกับการเสี่ยงสำหรับเพื่อการค้นหาความเป็นจริงภายใต้เรื่องราวการขัดกันของโลกทั้งคู่ด้านที่เทาๆพอกัน

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มจาก “ยุนจีอู” เด็กผู้หญิงที่มองเห็นบิดาถูกฆ่าซึ่งๆหน้า ก็เลยออกตามหาผู้ที่ฆ่าบิดาของคุณโดยร่วมมือกับ “ชเวมูจิน” หัวหน้ากลุ่มค้ายาป่าดงชอนที่ช่วยคุณตามหาคนร้าย ด้วยการแทรกซึมเข้าไปในหน่วยงานสารเสพติดตำรวจตามร่องรอยที่เขาให้ไว้ว่าผู้ที่ฆ่าบิดาของคุณเป็นตำรวจ 

โดยมีคู่ซี้ “จอนพิลโด” ที่มีสมัยก่อนอันเจ็บร้าวเหมือนกันรอช่วยเหลือโดยไม่ทราบว่าเป้าประสงค์ของคุณเป็นการหาหลักฐานเรื่องจริงจากหัวหน้าหน่วย “ชากีโฮ” ที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ร้ายในคดีนี้ 

 

จุดเด่น 

เสนอโลกเทาๆสองด้านตำรวจกับผู้ร้ายแบบฟิล์มนัวร์ที่เข้มข้นมากมาย ฉากแอ็กชั่นอัดมาตลอดเรื่องพร้อมความโหดร้ายติดเรตะรางนแรงสูงมากมาย ดราม่าดึงอารมณ์ได้ในระดับที่มีอินตามได้แน่นอน มิตรภาพในโลกผู้ร้ายที่ทำออกมาดีเยี่ยม ความสวยสดงดงามของฮันโซฮีที่เย้ายวนใจให้น่าดูมากยิ่งขึ้น ดาราตีบทแตก ตัวหลักมีความหมายกับเรื่องเสมอภาคหมด มีเสียงบรรยายไทยที่ดีเลย

จุดด้อย

นางเอกไม่ได้ฟิตกล้ามจนถึงหุ่นดูบาง เรื่องราวพักหลังทายใจได้อย่างไม่ยากเย็น ตอนสุดท้ายหาทางออกง่าย เรื่องราวถูกสคิป ขาดเนื้อหา ตอน 8 ในที่สุดมีตอนยืดยาวกับดราม่าฉากรักแทรกมาจำนวนมากไปหน่อย

สรุป 

ฉากแอ็กชั่นในเรื่องเป็นตัวขับเรื่องแบบมุ่งมั่นตลอดระยะเวลา โดยเรื่องราวถูกวางจังหวะให้มีฉากแอ็กชั่นกั้นกันตั้งแต่ตอนแรกเริ่ม อย่างตอนคุณยังเป็นเด็กนักเรียนก็จะต้องสู้กับพวกที่มารังควานคุณก็ยังไม่วายโชว์คิวบู๊ในห้องเรียนกันเดิมที ซึ่งการที่ตัวเรื่องอัดแอ็กชั่นมาถี่ๆบทก็จำต้องคิดมาดีไม่ใช่แบบต้มยำกุ้งของไทยที่ยัดมาดุ่ยๆโดยไม่มีบทดีๆรองรับ 

ซึ่งประเด็นนี้คิวบู๊ถูกใส่มากับสนับสนุนเรื่องราวไปด้านหน้าแบบค่อนข้างจะพอดีไม่ขัดกับบท อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความรู้สึกว่าผู้กำกับต้องการโชว์ของถี่ๆอยู่บ้าง แต่ว่าก็ไม่ทราบสึกว่าจะคือปัญหาอะไร