หนังใหม่ Shadow in the Cloud ความมันส์ในตำนานของผู้หญิงกับเครื่องบินรบ

หนังใหม่
เว็บหวยออนไลน์

หนังใหม่ Shadow in the Cloud ผู้หญิงกับเครื่องบินรบ ฉากหลังของ Shadow in the Cloud อยู่ในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังปะทุเป็นไฟ กัปตันการ์เรต (โคลอี้ เกรซ มอเรซ) ได้ขอขึ้นเครื่องบินทิ้งระเบิด B-17 ร่วมกับพลทหารชายอีกหนึ่งกลุ่ม ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เธอต้องรักษาพัสดุที่บรรจุสิ่งของลับสุดยอดและเป็นปฏิบัติการลับ อย่างไรก็ตามดูเหมือนลูกเรือคนอื่นๆจะไม่ค่อยต้อนรับการ์เรตสักเท่าไหร่ เลยสั่งให้เธอเข้าไปอยู่ในพิตสำหรับยิงจู่โจมข้าศึกและเธอถูกบังคับให้ทิ้งกล่องพัสดุไว้อยู่ในตัวเครื่องบินด้านบน

อย่างไรก็ตามระหว่างที่เธอนั่งอยู่ในพิตเพียงลำพังเธอกลับสัมผัสได้ว่าเครื่องบินลำนี้มีสิ่งแปลกปลอมเดินทางมากับพวกเขาด้วย ระหว่างที่ต้องระแวงภัยจากข้าศึก ดูเหมือนว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่การ์เรตเองต้องระวังตัวแทบทุกฝีก้าวและเธอต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวในทุกวิถีทางเพื่อทำภารกิจของเธอให้สำเร็จให้ได้

หนังตัวอย่าง

ดูหนัง

เริ่มต้นเรื่อง ในเดือนสิงหาคม 1943 Maude Garrett เจ้าหน้าที่การบินหญิง ได้แสดงตัว และแจ้งว่าเธอได้รับมอบหมายให้เดินทางพร้อมกับกระเป๋าใส่เอกสารลับซึ่งมาจาก Auckland, New Zealand ส่งถึง Samoa  แต่ทันทีที่เธอมาถึงที่ฐานทัพอากาศ เธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ตรงหน้า เครื่องบินขนส่ง B-17 ซึ่งมันเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด

ลูกเรือของเครื่องบินทิ้งระเบิด ให้การต้อนรับเธอ แต่เธอคือผู้หญิง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ชายย่อมรู้สึกเหนือกว่าซึ่งเป็นเรื่องปกติ และเธอก็อยู่ในกลุ่มนักบิน เมื่อไม่เหลือที่ว่างสำหรับกระเป๋าเอกสาร เธอจึงปล่อยให้ลูกเรือคนเดียวที่ดูจะเป็นมิตรกับเธอ วอลเตอร์เควด เก็บกระเป๋านี้ไว้ แม้เธอจะไม่ค่อยเต็มใจนัก

Maude Garrett ได้รับคำสั่งให้ไปนั่งอยู่ในป้อมยิงปืนของเครื่องบินลำนี้ ซึ่งเธอก็ไปเห็นสิ่งมีชีวิตบางชนิดคล้ายกับกอปลิน เกาะอยู่ที่ด้านล่างของปีกเครื่องบินทิ้งระเบิด ลักษณะมันคล้ายสัตว์ประหลาดต่างดาว เธอรายงานเรื่องนี้ แก่ลูกเรือส่วนใหญ่ ยกเว้นเบ็คเคลล์ ที่มองเห็นมันด้วยเช่นกัน

เมื่อเธอได้รับอนุญาตให้ออกจากป้อมปืน  ลูกเรือผู้ชายแสดงวาจาไม่สุภาพต่อเธอ ทำให้เธอแสดงท่าทีไม่พอใจนักเกี่ยวกับความคิดเห็นของลูกเรือ ที่มีต่อเพศสภาพของเธอ

ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ไม่ยอมคน Maude Garrett จึงต่อปากต่อคำกับเหล่าลูกเรือชายอย่างดุเดือดอยู่พักใหญ่ แต่เมื่อเธอพบว่าสงครามน้ำลายครั้งนี้ เธอไม่อาจจะเอาชนะสังคมแห่งชายเป็นใหญ่ได้เลย เธอจึงเลือกจะสงบศึกด้วยการเงียบ และอยู่กับตัวเธอเอง

เธอกลับไปที่ป้อมปืน เธอเห็นเครื่องบินสอดแนม และได้พบกับตัวสัตวประหลาดต่างดาว เธอได้ต่อสู้กับมัน และถูกทำร้าย แต่ก็รอดพ้นจากมันได้ และมันได้หายไป  เมื่อลูกเรือติดต่อเธออีกครั้งเพื่อถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ดูหนัง

ทันใดนั้น มีข้อความวิทยุเข้ามาบอกพวกเขาว่าไม่มี พนักงานการบินที่ชื่อว่า Maude Garrett และไม่ได้ลงทะเบียนสำหรับเที่ยวบิน นักบินจึงตั้งใจจะจับเธอมาสอบสวนเพื่อเค้นเอาความจริง ว่าทำไมถึงขึ้นเครื่องบินนี้มา

ในขณะที่เธอกำลังจะถูกไต่สวนความจริง Maude Garrett มองเห็นว่ามีสัตว์ประหลาดคล้ายกับ ก๊อปลิน เข้ามาในเครื่องบิน เธอจึงพยายามใช้ปืนที่พกติดตัวมายิงใส่มัน โดยหารู้ไม่ว่านอกจากจะไม่โดนเจ้าตัวประหลาดแล้ว เหล่าลูกเรือชายกลับคลั่งยิ่งกว่าเดิมที่ได้ยินเสียงปืน

และพยายามล้วงเอาความจริงจากการ์เรต ว่าตกลงเธอเป็นใครกันแน่ เธอเป็นสายลับ ผู้ก่อการร้าย และสิ่งใดกันแน่ที่อยู่ในกระเป๋าพัสดุลับนั้น แม้การ์เรตจะพยายามห้ามไม่ให้ลูกเรือเปิดพัสดุนั้นก็ตาม กัปตันรีฟส์ จึงสั่งให้เปิดกระเป๋า ซึ่งมีทารกจริง ๆ ซึ่งก็เป็นลูกนอกสมรสของ Maude Garrett และเควด

Maude Garrett ได้เล่าให้เหล่านักบินฟังว่า เธอถูกสามีทำร้ายอย่างรุนแรง และนั่นทำให้เธอเข้ามามีความสัมพันธ์กับเควด และท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ มีคนไปบอกสามีของเธอ และเขาพยายามจะฆ่าเธอด้วยความโกรธ เธอจึงตัดสินใจหนี และไม่ได้บอกกับเควด ซึ่งเป็นพ่อของลูก เธอขึ้นเครื่องบินลำนี้มา เพียงแค่อยากจะไปให้ไกล และไปเริ่มชีวิตใหม่พร้อมลูกของเธอ

สถานการณ์ทุกอย่างก็เริ่มเลวร้ายขึ้น เมื่อเครื่องบินข้าศึกเริ่มโจมตีเครื่องบิน การ์เรตจึงใช้ความสามารถในการยิงปืนกำจัดศัตรูจนเครื่องตก แต่ทว่า ขณะที่กัปตันรีฟส์ หันกลับไปที่ฐานทัพอากาศ สัตว์ประหลาดก็อปลิน ก็จัดการกับลูกเรือ และพยายามจะขโมยทารก ทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้นกันอลหม่านในเครื่องบินรบนี้  และก่อให้เกิดความเสียหายของเครื่องบินรบตกลงพื้นดิน

ดูหนังออนไลน์

ในที่สุด Maude Garrett ก็สามารถสังหารสัตวประหลาดก๊อปลิน ตัวนี้ได้ ด้วยมือของเธอเอง เพื่อปกป้องลูกของเธอ และจากความเสียหายในครั้งนี้ ทำให้ผู้รอดชีวิตจากเหตุการต่อสู้ ได้แต่มองดูเครื่องบินที่กำลังระเบิดและลุกเป็นไฟ

สปอยหนัง

แม้ว่าหน้าหนังของ Shadow in the cloud คือหนังสัตว์ประหลาดคุกคามกลุ่มตัวละครเอก ซึ่งตัวอย่างหนังทำให้เราเชื่อแบบนั้น และผู้ชมหลายคนที่คาดหวังว่ามันจะต้องเป็นหนังที่ตัวเอกหนีตายเอาชีวิตรอดบนเครื่องบิน และต้องต่อสู้กับเกรมลิม จนตายกันไปข้าง ต้องเกิดอาการหน้าชาและเหวอรับประทาน เมื่อความเป็นจริงแล้ว กว่าที่ตัวประหลาดจะโผล่มาจริงๆก่อนกินเวลาค่อนไปกว่าครึ่งเรื่องแล้ว

แน่นอนว่าจะต้องมีกลุ่มผู้ชมที่สาปส่งหนังเรื่องนี้แบบไม่เผาผีกันเลยทีเดียว แต่ถ้าหากมองให้ลึกลงไปกว่านั้น หนังเรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยบริบททางสังคมโดยเฉพาะเรื่องของ “ผู้หญิง” ที่น่าสนใจและสนุกที่จะวิเคราะห์ตีความตามจนเราสามารถเสพย์หนังเรื่องนี้ได้อีกมุมมองเลยทีเดียว

อันที่จริงแล้ว “ครึ่งเรื่องแรก” ของหนังนั้น แทบจะเป็นหนังที่ผู้ชมเหมือนจะนั่งดูละครเวทีเลยก็ว่าได้ เพราะหนังเลือกจะให้ผู้ชมเห็นแค่ตัวกัปตันการ์เรตในพิตใต้เครื่องบิน และอาศัยการสนทนากับเหล่าลูกเรือผู้ชายที่ติดต่อสื่อสารกันผ่านวิทยุระยะสั้น  ซึ่งหนังก็ใช้วิธีการเผยโฉมหน้าตัวละครแต่ละตัวแบบสั้นๆ และให้เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านบทสนทนา

หนังฝรั่ง

ซึ่งซุกซ่อนประเด็น ผู้ชายมองผู้หญิงเป็นแค่เพียงวัตถุทางเพศ พวกเขาไม่เชื่อว่าการ์เรตนั้นเป็นกัปตันหญิงที่มีความสามารถจริงๆ เพราะในยุคสมัยสงครามโลกนั้น หน้าที่ของผู้หญิงเป็นได้มากที่สุดคือ “เมีย” และ “นางบำเรอ” ที่ต้องคอยปรนนิบัติสามียามกลับบ้านเท่านั้น

สิ่งที่อยู่ในพัสดุได้รับการเปิดเผยว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่อยู่ในนั้นคือลูกของการ์เรต ที่เธอต้องหลบหนีขึ้นเครื่องบินมาเพียงเพราะ เธอต้องการไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ดังนั้นเธอจึงยอมเสี่ยงในทุกวิถีทาง เพื่อให้ลูกของเธอรอดชีวิต ตรงจุดนี้นี่เองที่หนังได้นำเสนอมุมมองของ “พลังหญิง” ผู้เป็นแม่ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในเวอร์ชั่นโคตรระห่ำ เพื่อปกป้องคนที่เธอรัก

สรุป

สำหรับหนังเรื่อง Shadow in the cloud จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงหนังที่ตัวเอกหญิงต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาด แต่เธอยังต้องสู้ในทุกองคาพยพในฐานะที่เธอเกิดมาเป็นผู้หญิง ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอต้องรบกับทัศนคติผู้ชายเป็นใหญ่ และผู้หญิงเป็นได้แค่ช้างเท้าหลัง หรือไม่ก็ที่รองรับอารมณ์ของผู้ชาย

เธอต้องสู้กับตัวประหลาด ที่ต้องการจะเอาชีวิตของเธอและลูกเรือคนอื่น ต้องสู้กับข้าศึกที่จะจู่โจมในทุกเวลา ตัวละคร การ์เรตจึงเป็นเหมือนภาพแฟนตาซี ที่ผู้กำกับโรเซนเน่ เหลียง ต้องการจะออกแบบมาเพื่อให้ตัวละครนี้เชิดชูผู้หญิง ที่เป็นผู้กล้าในยุคสมัยนั้น และทำให้เห็นว่าในฐานะของ “เพศแม่” ก็เป็นได้ทุกอย่างและเป็นมากกว่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะเป็นได้ด้วยซ้ำไป