The Princess Switch 3 เป็นหนัง ภาคสามที่ยกฐานะแฟรนไชน์หนังเจ้าหญิงสลับตัว กันในวันคริสต์มาสให้เป็นหนังโจรกรรมแบบสายลับที่นั่งชมได้แบบเพลิดเพลินๆแล้วก็ขยายจักรวาลให้กว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่ได้ลงตัวกับคอนเซปต์เรื่อง 

เพิ่มด้วยดราม่าของนักแสดงร้ายในภาคก่อนที่จะเป็นเงื่อนสำคัญของเรื่อง รวมทั้งการแสดงของ วาเนสซ่า ฮัดเจนท์ ที่สุดยอด เพลงประกอบและก็เรื่องราวที่ยกฐานะขึ้นมาให้น่าดึงดูดขึ้นนิดหน่อย แม้กระนั้นผู้แสดงอื่นนั้นไร้ซึ่งเสน่ห์จากภาคก่อนๆรวมทั้งบทบาทเกือบจะไม่มีอะไรน่าดึงดูด แต่ว่าหากคนตามแฟรนไชน์นี้มาตั้งแรกก็คงจะพึงพอใจกับบทสรุปของเรื่องราว

 

The Princess Switch 3: Romancing The Star (เดอะ พริ้นเซส สวิตช์ 3: ไขว่คว้าหาดาว) เป็นภาคที่สามของภาพยนตร์สามภาคเดอะ พริ้นเซส สวิตซ์ของเน็ตฟลิกซ์ แฟรนไชน์นี้อยู่ในจักรวาลเดียวกันกับแฟรนไชน์ A Christmas Prince เจ้าชายวันคริสต์มาส ที่ฉายจนกระทั่งจบไปแล้วทั้งยังสามภาค รวมทั้งอัศวินก่อนวันคริสต์มาส 

ซึ่งมาจากสตูดิโอ MPCA ผู้ผลิตเดียวกัน แสดงนำโดย วานเสซ่า ฮัดเจนท์ ผู้แสดงสาวที่ขณะนี้กำลังเป็นที่จับตามองของออสการ์ รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงเยี่ยม จาก tick, tick…BOOM! ที่จะฉายแล้วในเน็ตฟลิกซ์เหมือนกัน เมื่อก่อนจะได้มองเห็นคุณในหน้าที่นั้น ขอชวนเจอกับบทเจ้าหญิงจอมสลับตัวกับสาวคนธรรมดาที่นึกสนุกสลับร่างสร้างรักที่เดินเรื่องยุ่งมาจนกระทั่งภาคที่สาม พร้อมแผนโจรกรรมสุดปั่นป่วนในสไตล์หนังสุดฮาที่กลุ่มสามสาวพร้อมจะเสิร์ฟให้ทุกคนได้ลิ้มชิมรสชาติใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เรื่องราวต่อเนื่อง

เรื่องราวยังคงเป็นสไตล์การเล่าเรื่องไม่มีความต่างกับสองภาคก่อนหน้า ในแบบสูตรสำเร็จแบบโรแมนติกคอเมดี้ รอบนี้พ่วงมาด้วยรสแบบหนังโจรกรรมที่ขยายสเกลของเรื่องราวที่ย้ำผ่านนักแสดงของฟีโอน่า ตัวร้ายจากภาคก่อนที่จะคุณยึดหนังภาคนี้เป็นของตนเองแล้วก็พาพวกเราไปตรวจสอบความเริ่ดเชิ่ดและก็ความบอบช้ำ รวมทั้งวางบทให้สองผู้แสดงหลักจากภาคที่แล้วเปลี่ยนเป็นนักแสดงสมทบ ถึงแม้บทจะเดาง่าย ไม่ค่อยมีอะไรให้คิดมาก 

ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างดูเหมือนจะเปิดโอกาสไปซะทุกๆอย่าง สิ่งที่ยกฐานะของภาคนี้เป็นการเขียนบทที่ไม่ได้เน้นย้ำเพียงแค่ความรักรวมทั้งการสับเปลี่ยนร่างวายป่วงที่ยังคงมีไม่ต่างอะไรกับภาคก่อน แต่ว่ายังแทรกสอดเรื่องครอบครัวรวมทั้งความเชื่อมโยง ประเด็นปัญหาต่างๆแบบหนังครอบครัวรับวันคริสต์มาส รวมทั้งข้อสรุปที่รอบนี้ช้าๆและก็จบปมของเรื่องได้ดียิ่งไปกว่าภาคก่อนๆมากมาย มีหักมุมเล็กๆให้อึ้งบางส่วน ผ่านนักแสดงจากร้ายที่เบาๆแสดงด้านดีและก็ความรู้ความเข้าใจของตนสำหรับเพื่อการทำให้พวกเรารู้เรื่องนักแสดงนี้และก็ลุ้นไปกับความรักของคุณว่าคุณจะจบกับใคร

สรุป

The Princess Switch 3: Romancing The Star บางทีอาจจะสามารถยกฐานะเรื่องราวโรแมนติกคอเมดี้ผสมกับจารกรรมได้อย่างแนบเนียน บวกกับอารมณ์ดราม่าน้ำตาตกและก็เสน่ห์ของนักแสดงผู้แสดงฟีโอน่าที่ครอบครองทั้งยังเรื่อง ด้วยพล็อตสุดเสร็จที่ไม่ต้องเอาจริงเอาจังอะไรมาก แต่ว่าผู้แสดงอื่นนั้นกลับไม่มีชีวิตชีวาแล้วก็มีหน้าที่น้อยอย่างน่าตกใจ 

ซึ่งผมผิดหวังนิดหน่อย ทำให้มันเป็นหนังที่ทำออกมาเพื่อเอาอกเอาใจคนชอบการแสดงของ วาเนสซ่า ฮัดเจนท์ กับภาพยนตร์แฟรนไชน์เป็นภาพยนตร์ที่มองเพลิดเพลินๆได้ในวันคริสต์มาส ก็ถ้าหากถูกใจหนังแฟรนไชน์นี้ก็ไม่สมควรพลาด แม้กระนั้นส่วนตัวมันก็ยังเป็นหนังที่มองได้เพลิดเพลินๆไม่ต้องมุ่งหวังอะไรเว้นเสียแต่ความสนุกสนานและก็ความหรรษาสไตล์เน็ตฟลิกซ์เหมาะสมแก่การรับดูในวันหยุดครับผม