Zero To Hero ซึ่งถือได้ว่าเป็น หนังแนวให้แรงผลักดัน สร้างแรงบัลดาลใจ ที่มีการอ้างอิงจากเรื่องจริงของ “โซ้ว หว่าไหว” ที่เป็นนักวิ่งพาราลิมปิกจากประเทศฮ่องกง ผู้ครอบครองสถิติเร็วสุดตลอดกาล ของการแข่งขัน ที่ในตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทำลายสถิติได้ และหนังให้กำลังใจที่เล่าเป็นเส้นตรง แม้กระนั้นก็มองเพลิดเพลินๆได้ดี

Zero to Hero Netflix ถือว่าเป็นหนังประเทศฮ่องกง ที่ผลิตจากความเป็นจริงของ โซ้ว หว่าไหว นักกีฬาวิ่งพาราลิมปิกของประเทศฮ่องกงคนแรกที่ชนะได้แชมป์เหรียญทอง สำหรับในการแข่งวิ่งในพาราลิมปิก ซึ่งเป็นโอลิมปิกสำหรับคนพิการ และก็ยังเป็นผู้ครอบครองสถิติวิ่งเร็วที่สุดจนกระทั่งตอนนี้ จัดว่าเป็นหนังกึ่งอัตชีวประวัติแนวให้แรงผลักดันจากความจริง หนังมีความยาว 1.30 ชั่วโมง แล้วยังได้เข้าฉายในงาน Far East Film Festival ครั้งที่ 23 สามารถรับดูได้เลยใน Netflix

 

เรื่องย่อ

โซ้ว หว่าไหว เด็กวัยรุ่นที่เกิดมาในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่อดอยากในประเทศฮ่องกง แล้วมีปัญหาทางสมองตั้งแต่เล็ก ทำให้เขาแปลงเป็นเด็กไม่สมประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีปัญหาประเด็นการเดิน ทำให้แม่ของเขาจะต้องใช้แนวทางบังคับและก็บากบั่นให้เขาเดินให้ได้ จนถึงวันหนึ่งคุณได้มีความคิดเห็นว่าลูกชายของคุณมีความเข้าใจ

สำหรับเพื่อการวิ่งที่เร็วกว่าวัยรุ่นวัยเดียวกัน คุณเลยตกลงใจที่จะพาลูกของคุณไปลงแข่งขันวิ่ง แต่ว่าแล้วไม่ตั้งใจไปเข้าตาของ ผู้ฝึกสอนฟง ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนให้นักกีฬาทุพพลภาพชนิดกรีฑา ชีวิตของชายหนุ่ม โซ้ว หว่าไหว เลยได้ไปสู่แวดวงนักวิ่งตั้งแต่นั้น

รีวิว

ภาพยนตร์ประเด็นนี้ ออกแนวกึ่งประวัติส่วนตัวที่ต้องการที่จะให้พลังใจแล้วก็สร้างแรงดลใจให้กับผู้มีปัญหาความพิการทางร่างกายที่อ้างอิงจากเรื่องราวจริงๆของ โซ้ว หว่าไหว นักกีฬาพาราลิมปิกจากประเทศฮ่องกง ซึ่งครอบครองสถิติวิ่งเร็วที่สุดในโลก ตัวหนังจะบรรยายตั้งแต่ตอนแรกกำเนิดที่กว่างโจว จนถึงชีวิตวัยเด็กที่แม่ของเขาจำเป็นต้องหิบหิ้วกระเตงมาอยู่ด้วยในสถานที่ทำงาน ซึ่งหนังมีการเสนอภาพความยุ่งยากรวมทั้งการใช้ชีวิตที่อยู่ภายใต้แรงกดดันออกมาได้สมจริงสมจังดี รวมทั้งขั้นตอนการที่ผู้เป็นแม่ปรารถนาสนับสนุนให้ลูกเดินได้ ซึ่งค่อนข้างจะร้ายแรงอยู่ไม่น้อย แต่ว่าก็นับได้ว่าเป็นอะไรที่มองเรียลดีสำหรับชีวิตคน

หนังมาแนวสูตรสำเร็จของหนังจำพวกกึ่งประวัติส่วนตัวที่จะพาให้พวกเรารู้จักนักแสดง รวมทั้งผู้คนที่อยู่ข้างกายในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นก็พาไปสู่ทางของการเป็นนักกีฬา ซึ่งหนังพรีเซ็นท์ได้กระชับ รวดเร็วทันใจ ไม่เยิ่นเย้อเกินความจำเป็นสำหรับการพาตัวนำไปสู่แวดวงนักวิ่ง รวมทั้งพรีเซ็นท์กรรมวิธีฝึกสุดโหดเหี้ยมต่างๆที่เกิดขึ้นจริง เมื่อผู้ชมได้ดูแล้วอาจจะมีความคิดว่า จะต้องทำถึงขั้นนี้เลยหรือ แต่ว่าสำหรับสังคมที่ถ้าไม่สู้ยิบตาก็ยากที่จะไต่เต้าขึ้นมาได้นั้น ก็ถือได้ว่าเรื่องของชีวิตจริงๆดี

 

จุดเด่น

ดาราหนังเล่นดี ใจความสำคัญของหนัง “มีพลังดี” เป็นหนังให้กำลังใจที่ดี

จุดด้อย

หนังดำเนินเรื่องเป็นสูตรสำเร็จ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ช่วงหลังมีตอนเนือยๆ พอเหมาะพอควร